วันที่ 25 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ โดย นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ พร้อมด้วยสำนักงานหลักประกันสถขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย ร่วมจัดการประกาศธรรมนูญพระสงฆ์ จังหวัดสุพรรณบุรี พุทธศักราช 2569 ภายใต้แนวคิด “ใช้ทางธรรม นําทางโลก สู่การพัฒนา พระแข็งแรง วัดมั่นคง ชุมชนเป็นสุข” ณ ศาลามหาเถรคันฉ่อง วัดดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี ภายใต้การเป็นประธานของพระเดชพระคุณพระสุพรรณวชิราภรณ์, ดร.(ประไพ ปุญฺญกาโม ป.ธ.๓) เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประกาศธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งสิ้น 270 ท่าน
พระสุพรรณวชิราภรณ์ กล่าวถึงการจัดทำและประกาศใช้ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์และหลายหน่วยงาน เพื่อวางระบบการดูแลสุขภาวะของพระสงฆ์ในพื้นที่ให้เป็นรูปธรรม โดยระบุถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับ สังคมสูงวัย เนื่องจากปัจจุบันพระสงฆ์จำนวนมากมีอายุเพิ่มขึ้นและเผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมุ่งเน้นให้เจ้าคณะผู้ปกครองระดับต่างๆ นำแนวทางไปสื่อสารต่อเพื่อให้พระลูกวัดรู้จักการ ป้องกันโรคและการดูแลตนเอง ตามหลักธรรม เพื่อส่งเสริมสุขภาพและ ลดภาระด้านสาธารณสุข ของจังหวัดในระยะยาว
ดร. ทพ.อนุศักดิ์ คงมาลัย ประธานร่วมคณะกรรมการสนับสนุนการจัด และขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวรายงานการพัฒนาและการจัดทำธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย "ทางธรรมนำทางโลก" เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีให้แก่พระสงฆ์ในพื้นที่ แผนงานดังกล่าวเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่าง คณะสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนให้พระสงฆ์เข้าถึงบริการสาธารณสุขและการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้พระสงฆ์พัฒนาตนเองเป็น ต้นแบบด้านสุขภาพ ของชุมชนผ่านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การฉันอาหารที่ลดหวานและเค็ม รวมถึงการส่งเสริมการใช้สมุนไพรท้องถิ่น กระบวนการนี้ไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับแต่เป็น การสร้างส่วนร่วม จากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างวัดที่มั่นคงและชุมชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน
นายมนูญ ศูนย์สิทธิ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวถวายความรู้เรื่อง “การป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์ จังหวัดสุพรรณบุรี” โดยเฉพาะการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่าง เบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่พบสถิติเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่ากังวล สาเหตุหลักเกิดจากข้อจำกัดในการเลือกฉันภัตตาหาร ซึ่งมักเป็นอาหารรสจัดหรือมีไขมันสูงจากที่ญาติโยมนำมาถวาย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจึงร่วมมือกับคณะสงฆ์และเครือข่าย อสม. เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในการ คัดเลือกอาหารที่เป็นประโยชน์ และลดหวานมันเค็มก่อนนำไปใส่บาตร นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอนวัตกรรมอย่าง ปิ่นโตสุขภาพ และการคัดแยกประเภทอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายของพระสงฆ์แต่ละรูป เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตในระยะยาว
ด้าน นพ.อภิชาติ รอดสม กล่าวถึงการขับเคลื่อน ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์ โดย สช. ร่วมกับภาคีเครือข่ายในจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสร้างกลไกการมีส่วนร่วมในการ ดูแลสุขภาวะของพระสงฆ์ อย่างยั่งยืน โครงการนี้มุ่งหวังให้พระสงฆ์มีสุขภาพที่แข็งแรงเพื่อเป็นหลักในการเผยแผ่ธรรมะและช่วยขัดเกลาจิตใจของประชาชน ท่ามกลางปัญหาสุขภาพในสังคมปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีการวางแผนขยายผลสู่กลุ่ม เด็กและเยาวชน เพื่อดึงคนรุ่นใหม่ให้เข้าใกล้ศาสนาและเรียนรู้การดูแลสุขภาพกายใจของตนเองและชุมชน ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการด้าน กาย จิต สังคม และปัญญา ผ่านการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ คณะสงฆ์ และภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง ชุมชนที่เปี่ยมสุข และมีความมั่นคงทางสุขภาวะในทุกมิติ
ก่อนปิดการประชุมได้รับความเมตตาจากพระสุพรรณวชิราภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีและเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์
เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเติมเต็มจากหน่วยงานภาคี อาทิ
สปสช.เขต 5 ราชบุรี
อบจ.สุพรรณบุรี
ปลัดจังหวัด
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี
ผอ.วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)
ช่วงท้ายของงานมีพิธีลงนามประกาศใช้ ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรี พุทธศักราช 2569 ร่วมกันระหว่างฝ่ายคณะสงฆ์และฝ่ายฆราวาส เพื่อประกาศเจตนารมณ์ในการร่วมกันขับเคลื่อนธรรมนูญให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ก่อนที่พระสุพรรณวชิรธรรม (ศักดา อุตฺตโม) เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดหลักเมตร (ธรรมยุต) จะกล่าวสัมโมทนียกถาและปิดการประชุม
การประกาศธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์จังหวัดสุพรรณบุรีครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการนำหลักธรรมมาผสานกับการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อให้พระสงฆ์มีสุขภาวะที่ดี วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน และประชาชนสามารถร่วมกันสร้างสังคมที่มีความสุขและมั่นคงทางสุขภาวะในทุกมิติ