“ธุรกิจที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดแค่กำไร แต่ต้องเติบโตไปพร้อมกับคน สังคม และสิ่งแวดล้อม”
นี่คือแนวคิดที่ บริษัท ไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด (TGL) ผู้ผลิตเครื่องนุ่งห่มเพื่อการส่งออกในจังหวัดสมุทรสาคร ใช้เป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจมาตลอด และเป็นเหตุผลที่ทำให้องค์กรแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในองค์กรต้นแบบด้านการสร้างเสริมสุขภาวะในสถานประกอบการ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 สมาคมนักสร้างสุขภาวะองค์กร ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นำคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรและภาคีเครือข่ายองค์กรสุขภาวะ ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ณ บริษัท ไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการสร้างสุขภาวะในสถานประกอบการ และถอดบทเรียนความสำเร็จขององค์กรต้นแบบที่สามารถขับเคลื่อนงานสุขภาวะจนเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม
การศึกษาดูงานครั้งนี้นำโดย ศ.ดร.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 สสส. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพ.เอกพันธ์ ศรีศักดิ์สกุล, ผศ.ดร.สุภาภรณ์ สงค์ประชา, นายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส., คุณอัมพร ไทยขำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร และทีมนักวิชาการสำนัก 8 สสส. รวมถึงผู้แทนจากองค์กรภาคีเครือข่ายสุขภาวะกว่า 40 คน ที่มาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการสร้างองค์กรสุขภาวะ
โดยได้รับการต้อนรับจากคณะผู้บริหารและคณะทำงานสร้างสุขของบริษัท ไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด ที่ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การขับเคลื่อนองค์กรสุขภาวะ 4 มิติ ทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา ควบคู่กับแนวทาง Sustainable Business Practice (SBP) หรือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตพนักงาน ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการเติบโตของธุรกิจอย่างสมดุล
เบื้องหลังการสร้างองค์กรสุขภาวะของ TGL ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมเฉพาะกิจ แต่เริ่มต้นจากความเชื่อว่า “คน” คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ องค์กรจึงลงทุนกับการพัฒนาพนักงานอย่างจริงจัง ทั้งในด้านทักษะการทำงานและทักษะชีวิต ผ่านระบบการเรียนรู้ที่ออกแบบให้เหมาะกับพนักงานทุกระดับ ตั้งแต่การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี การเรียนรู้เรื่อง AI และ Co-Intelligence ไปจนถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การฟังอย่างเข้าใจ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
“เราไม่อยากให้พนักงานกลัว AI แต่ต้องการให้มอง AI เป็นเพื่อนร่วมงานที่ฉลาดคนหนึ่ง และเรียนรู้ว่าจะทำงานร่วมกับเขาอย่างไร” หนึ่งในทีมงานผู้รับผิดชอบด้านการพัฒนาบุคลากรขององค์กรกล่าวระหว่างการนำเสนอ
นอกจากการพัฒนาทักษะแล้ว TGL ยังให้ความสำคัญกับการสร้างพฤติกรรมที่ดีผ่านกระบวนการเรียนรู้ภายในองค์กร โดยเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนเกิดจากการลงมือทำซ้ำ ๆ จนกลายเป็นวัฒนธรรม เช่น การฟังอย่างเข้าใจ การสื่อสารเชิงบวก และการมองปัญหาอย่างรอบด้านก่อนตัดสิน
ในมิติสุขภาพกาย องค์กรส่งเสริมกิจกรรมทางกายและการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านกิจกรรมรณรงค์ลดโรค NCDs การติดตามค่า BMI การส่งเสริมโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงกิจกรรมออกกำลังกายที่พนักงานสามารถเข้าร่วมได้อย่างทั่วถึง ขณะที่สุขภาพใจได้รับการดูแลผ่านกิจกรรม Happy Soul และ Happy Relax การจัดพื้นที่พักผ่อน และกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ในองค์กรที่ช่วยให้พนักงานมีพื้นที่พักใจและเกิดความผูกพันต่อองค์กร
อีกหนึ่งมิติที่โดดเด่นคือการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมลดขยะ การคัดแยกขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และแนวคิด Zero Waste ซึ่งสะท้อนความเชื่อขององค์กรว่าความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนมีส่วนร่วม
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า การสร้างสุขภาวะไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างสีสันในองค์กร แต่สามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้จริง พนักงานกว่า 500 คนมีสุขภาวะทางใจดีขึ้นอย่างชัดเจน พนักงานจำนวน 72 คนมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถลดน้ำหนักได้สำเร็จถึงร้อยละ 10 ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม ขณะที่โครงการลด ละ เลิก บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สามารถช่วยให้พนักงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกเหนือจากกิจกรรมด้านสุขภาพ องค์กรยังให้ความสำคัญกับการดูแลคุณภาพชีวิตผ่านสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นรถรับส่งพนักงาน ที่พักฟรี มุมนมแม่ พื้นที่พักผ่อน รวมถึงสวัสดิการด้านสุขภาพและครอบครัวที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงในชีวิต ส่งผลให้เกิดความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรในระยะยาว
ศ.ดร.นพ.พรชัย สิทธิศรัณย์กุล คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 4 สสส. กล่าวว่า สิ่งที่เห็นจากการดำเนินงานของ TGL คือความพยายามสร้างระบบที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอให้องค์กรต่อยอดกิจกรรมสร้างสุขผ่านการส่งเสริมการบริจาคโลหิตในสถานประกอบการ ซึ่งนอกจากจะช่วยเหลือสังคมแล้ว ยังเป็นแรงจูงใจให้คนดูแลสุขภาพของตนเองอีกทางหนึ่ง
“การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างองค์กรทำให้เราได้เห็นแนวปฏิบัติที่ดีและสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบริบทของตนเอง ทุกองค์กรมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน และสิ่งเหล่านี้คือพลังสำคัญของเครือข่ายองค์กรสุขภาวะ” ศ.ดร.นพ.พรชัย กล่าว
ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า จุดเด่นของไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต คือการมองสุขภาวะแบบองค์รวม ไม่ได้แยกเรื่องสุขภาพออกจากการบริหารองค์กร แต่เชื่อมโยงตั้งแต่วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร การพัฒนาคน ระบบการทำงาน และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ
“สุขภาวะไม่ใช่กิจกรรม แต่คือวัฒนธรรมองค์กร” คือสิ่งที่สะท้อนออกมาจากการเรียนรู้ในครั้งนี้ เพราะเมื่อองค์กรสามารถสร้างระบบที่ทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นย่อมส่งต่อไปถึงประสิทธิภาพการทำงาน ความผูกพันของพนักงาน และความยั่งยืนของธุรกิจในระยะยาว
ความสำเร็จของไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ตไม่ได้เกิดจากงบประมาณจำนวนมาก แต่เกิดจากความมุ่งมั่นของผู้บริหาร การมีส่วนร่วมของพนักงาน และการมองเห็นคุณค่าของ “คน” ในฐานะหัวใจสำคัญขององค์กร
ท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตอย่างยั่งยืนไม่ได้วัดจากผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่คือการที่องค์กรสามารถสร้างคุณค่าให้กับคน สังคม และสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการเติบโตของธุรกิจได้อย่างสมดุล และนี่คือบทเรียนสำคัญจากบ้านแห่งความสุขของ บริษัท ไทยการ์เมนต์เอ๊กซปอร์ต จำกัด ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “เมื่อองค์กรเห็นคุณค่าของคน คนก็พร้อมจะสร้างคุณค่าให้องค์กร”