เครือข่ายมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ (TUN-HPN) ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย จัดประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “บูรณาการการป้องกันและลดความเสี่ยง ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยปลอดภัย สังคมไทยเป็นสุข” ระหว่างวันที่ 26–27 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

ดร.ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รักษาการผู้อำนวยการสถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ กล่าวเปิดงานประชุมวิชาการ TUN-HPN ครั้งที่ 3 ชูความสำเร็จรอบ 2 ปี ของการเปลี่ยนรั้วมหาวิทยาลัยให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” พร้อมประกาศเดินหน้าขยายผลจากระดับสถาบันสู่สังคมโลก
โดย สสส. ผนึกกำลัง 10 สถาบันแกนนำทั่วประเทศ นำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะประธานเครือข่าย TUN-HPN และมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะเลขาธิการเครือข่าย AUN-HPN ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยบูรพา, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ, มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะและพัฒนาศักยภาพเครือข่าย ปัจจุบันเครือข่ายขยายครอบคลุม 124 สถาบันทั่วประเทศ และสามารถยกระดับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับอาเซียนและสากล
“จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2567 - 2568 เครือข่ายได้บรรลุผลลัพธ์สำคัญในหลายด้าน ดังนี้ 1. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ 2. การสร้างความเข้มแข็งของกลไกเครือข่ายในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ 3. การเชื่อมโยงระดับอาเซียนและสากล
ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่าง สสส. และสถาบันอุดมศึกษาไทยผ่านเครือข่าย TUN-HPN แสดงให้เห็นถึงพลังของการบูรณาการงานสร้างเสริมสุขภาพเข้ากับพันธกิจของมหาวิทยาลัย การขับเคลื่อนต่อจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่ การรักษาความต่อเนื่อง การขยายเครือข่ายเพื่อสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมที่กว้างขึ้น และการเป็นแบบอย่างระดับสากล”

ด้าน คุณพงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะในองค์กร (สำนัก 8) สสส. ได้นำเสนอทิศทาง “Precision Healthy University” ซึ่งมุ่งเน้นการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาวะด้วยแนวคิด Data-driven โดยใช้ฐานข้อมูลสุขภาพจริงในการออกแบบนโยบายและมาตรการที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวสะท้อนการ เปลี่ยนผ่านจาก “การจัดกิจกรรม” สู่ “การพัฒนาเป็นระบบ” (From Activity to System) โดยอาศัยเครื่องมือดิจิทัล เช่น ระบบ Uni-Health Platform ในการรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลสุขภาวะของนิสิตนักศึกษาและบุคลากรแบบรายบุคคลและรายองค์กร ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที
ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยถือเป็น “หน้าต่างแห่งโอกาส” ของช่วงวัย 18–24 ปี ในการหล่อหลอมพฤติกรรมสุขภาพระยะยาว โดยในแต่ละปี มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ผลิตบัณฑิตเข้าสู่ตลาดแรงงานมากกว่า 300,000 คน หากสามารถออกแบบระบบที่ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิผล จะนำไปสู่การลดภาระโรคในอนาคต และเสริมสร้างทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นอกจากนี้ การขับเคลื่อนดังกล่าวยังมุ่งเน้นการจัดการ 3 ประเด็นสุขภาวะสำคัญของคนรุ่นใหม่ ได้แก่ สุขภาพจิต กิจกรรมทางกาย และการเฝ้าระวังบุหรี่ไฟฟ้า โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการออกแบบมาตรการเฉพาะกลุ่ม (Targeted Intervention) เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ภายในงานนี้ยังอัดแน่นด้วยองค์ความรู้อีกมากมาย ประกอบด้วย
นวัตกรรม AI และเครื่องมือวัดผลระดับมาตรฐาน ผ่านหัวข้อ “AI in Health Promotion” โดย รศ.ดร.นพ.ชัยสิริ อังกุระวรานนท์
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนโยบาย จากตัวแทนมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ มจธ., ม.นเรศวร, ม.วลัยลักษณ์ และ ม.มหิดล ที่มาแชร์ตัวอย่างบทบาท HURS (Healthy University Rating System) เครื่องมือสำคัญในการประเมินและยกระดับมาตรฐานสุขภาพของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการมีระบบประเมินที่มีมาตรฐาน จะช่วยให้มหาวิทยาลัยยกระดับสุขภาวะได้อย่างเป็นรูปธรรม
เจาะลึก 3 ประเด็นร้อนผ่านผลงานวิชาการ ภาคบ่ายเข้มข้นด้วยการนำเสนอผลงานวิชาการและนิทรรศการที่เน้น 3 ประเด็นท้าทายของสังคมปัจจุบัน ได้แก่ สุขภาพจิต (Mental Health), กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) และการเฝ้าระวังบุหรี่ไฟฟ้า (Vaping) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัย
การประชุมครั้งนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการขับเคลื่อน “มหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ” จากระดับโครงการสู่การเป็นระบบเชิงนโยบาย ที่สามารถขยายผลสู่ระดับประเทศและนานาชาติได้อย่างยั่งยืน